ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์เบื้องต้น

       มีผู้ให้ความหมายของการวิจัยไว้ต่าง ๆ กัน ที่เหมือนกันก็มี เพราะบางครั้งก็ลอกกันไป ลอกกันมา จนไม่ทราบว่าของใครเป็นต้นฉบับ แต่ไม่ว่าใครจะนิยามคำว่า“วิจัย” อย่างไร สิ่งที่เหมือน ๆ กันในนิยามเหล่านั้น ก็คือ “การค้นหาความจริง ข้อค้นพบ หรือความรู้ใหม่ ๆ โดยใช้วิธีการที่เชื่อถือได้และให้ผลที่ถูกต้อง” ดังนั้น ถ้าพิจารณาให้ดีจะเห็นว่าการวิจัยประกอบด้วยสามส่วนที่สำคัญ คือ (1) ต้องมีวิธีการที่เชื่อถือได้เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป เช่น วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific method) เป็นต้น (2) ต้องมีผลการวิจัยที่เป็นข้อค้นพบหรือความรู้ใหม่ เช่น ค้นพบยารักษาโรคเอดส์ที่กินแล้วหายภายใน 7 วัน เป็นต้น (3) ผลการวิจัยหรือสิ่งที่ค้นพบนั้นจะต้องถูกต้อง เช่น ถ้ายารักษาโรคเอดส์ที่ค้นพบนั้น คนเป็นโรคเอดส์กินแล้วต้องหายจริง ๆ ไม่ใช่หายบ้างไม่หายบ้างหรือไม่หายเลย หรือถ้าค้นพบว่าทัศนคติของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลเป็นเช่นไร ในความเป็นจริงต้องเป็นเช่นนั้น ในขณะนั้น (แต่ภายหลังอาจเปลี่ยนแปลงก็ได้) เป็นต้น ตามทัศนะของผู้เขียนมีความเห็นว่า ถ้าหากผลงานใด ๆ มีลักษณะครบทั้งสามประการ ก็น่าจะเชื่อถือว่างานนั้นเป็นงานวิจัยได้ ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก (ใครไม่เชื่อก็ตามใจ)

       อีกประการหนึ่ง เพิ่มเติมเกี่ยวกับความหมายของการวิจัย ก็คือ น่าจะต้องมีคุณสมบัติประการที่สี่เพิ่มขึ้นมาอีกข้อหนึ่ง ก็คือ ควรจะเป็นผลงานที่มีประโยชน์ด้วย ผลงานใด ๆ ถ้าใช้วิธีการที่เชื่อถือได้ ทำให้ค้นพบความรู้ใหม่และถูกต้อง แต่ถ้าความรู้นั้นไม่ได้เป็นประโยชน์อะไร ก็ไม่รู้จะทำวิจัยไปทำไม นอนตีพุงฟังเพลงเล่นจะไม่ดีกว่าหรือ ยกตัวอย่างเช่น วิจัยพบความจริงใหม่ที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนว่าฮิตเลอร์จอมเผด็จการตายนั้น แกใส่เสื้อสีแดงและนุ่งกางเกงในสีดำ สมมติว่า ข้อค้นพบนั้นเป็นความจริง(แต่ไม่แน่นะ นักวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์อาจวิเคราะห์อะไรออกมาได้บ้างก็อาจเป็นได้) ในเรื่องของประโยชน์นี้เป็นเรื่องที่ต้องคิดก่อนทำวิจัย ไม่ใช่มาคิดทีหลัง ซึ่งจะได้กล่าวถึงเรื่องนี้ต่อไป

Showcases

Background Image

Header Color

:

Content Color

: